วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2553

052 กันตภณ

ออกแบบ cd เพลง วงตูนแอนด์ เดอะ เชื่อม ที่เป็นเพลงแนว ป็อบ แนวสดใสด้วยแนวประสานที่ไพเราะอ่อนหวาน โดยใช้เพลง clock ซึ่งเป็นเพลงโปรโมท เป็น concept ของอัลบัม คือ นาฬิกา

ปกนอก cd ปกในของcd หน้าและหลัง

เมื่อเปิดมาจะพบแผ่นกระดาษยาวด้านหน้าเป็นกราฟฟิคและภาพประกอบที่สื่อถึง เวลาและการเดินทาง
ด้านหลัง เป็นเนื้อเพลง และรายละเอียด credit





แผ่นcd










โปสเตอร์ promote อัลบัมใหม่ของวง



จากการทำงานผมรูสึกอย่างแรกคือมีความสุขเนื่องอยากอยากลองทำ cd ให้กับวงดนตรีเนื่องจากผมเป็นคนชอบ cd สวยๆอยู่แล้ว ทำให้อยากทำ และวงที่ทำก็เป็นวงที่มีดนตรีและเพลงที่ผมรู้สึกชอบอยากทำเมื่อทำก็ได้ลองทำและได้ประโยชน์และการเรียนรู้ที่ผมได้มากชึ้น

สิ่งที่ได้1.การคุมงานให้เข้ากับศิลปินที่เราทำ โดยไม่ตามใจตนเอง
2.ต้องศึกษาและฟังเพลงจนรู้สึกว่าทำการฟฟิคและออกแบบแบบไหนถึงจะเข้า
3.ฝึกสื่อผสมที่อยากทำ คือดรออิ้งมือ โฟโต้ชอป และอิลาส
4.รู้จักการให้ความสำคัญ และแบ่งเวลา
5.ได้บทเรียนการเป็นนักออกแบบที่ดี และรับผิดชอบ

อุปสรรค
1.หาจุดที่จะเสนอยากเนื่องจากเป็นวงดนตรีใหม่
2.ยอมรับว่าในช่วงแรกแบ่งเวลาไม่ค่อยดีทำให้งานติดขัดครับ

http://www.myspace.com/toonandthechumเพลง clock ของวง toon and the chum อยากให้ลอง เพราะเพราะดีผมชอบ

058 ชนกันต์

ชนกันต์ อุโฆษกุล 04500058 : สรุปผลการทำงาน
ได้มีความรู้ในด้านเกษตรกรรมของจังหวัดเชียงใหม่และในแถบภาคเหนือมากขึ้น
ศึกษาการตลาดการขายผักตามห้างสรรพสินค้า
แยกแยะประเภทของผักได้ คิดวิธีการช่วยเกษตรกรจากการขายผัก
ของสถาบันชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืนได้






ชนกันต์ อุโฆษกุล 04500058 : ขั้นตอนการดำเนินงาน
1.หาข้อมูลเกี่ยวกับโครงการจากเว็บไซต์ของเชียงใหม่เอี่ยม
2.เข้าในหัวข้อเกษตรอินทรีย์ของจังหวัดเชียงใหม่
3.โทรไปสอบถามข้อมูลเกษตรอินทรีย์ ผักอินทรีย์
4.วิเคราะห์ข้อมูลใบเวปไซด์ http://www.isacnn.org/
5.นำเสนอข้อมูลในการทำงานโดยมีสื่อโฆษณาทั้งหมด 3 สื่อ
Print ads, Ambient, New media out of home
6.ทำการวิจัยข้อมูลโดยสอบถามการจ่ายตลาดของพ่อบ้านแม่บ้าน
7.รวบรวมข้อมูลและ คิดวิเคราะห์หาจุดขาย
8.นำเสนอในรูปแบบร่าง
9.รวบรวมความคิดทั้งหมดพร้อมหารูปภาพในการทำงาน
10.ทำงานถึงขั้นตอนสุดท้าย พร้อมพิมพ์
11.สรุปการนำเสนอ

080 พีรวัส







Design Brief

background สังคมไทยในปัจจุบัน ปัญหาการล่วงทางเพศมีอยุ่ในทุกระดับทุกชนชั้น
ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นบนรถโดยสาร ในออฟฟิศ โรงเรียน เป็นปัญหาที่หาทางแก้ไขยาก
เนื่องจากไม่สามารถจับผู้กระทำผิดได้เพราะผู้ที่ถูกล่วงละเมิดรู้สึกอาย
รู้สึกว่าไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่

1. โจทย์ทางการออกแบบ (Problem)
ผู้ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศไม่กล้าที่จะรักษาสิทธิของตน

2. วัตถุประสงค์ของการออกแบบ (Objective)
เพื่อปลุกฝังจิตสำนึกให้ผู้หญิงกล้าในการเรียกร้องสิทธิ

3. กลุ่มเป้าหมาย (Target Group)
ผู้หญิง อายุ 20-35

4. แนวความคิด (Concept)
“กล้าที่จะสวยก็ต้องกล้าที่จะเรียกร้องสิทธิของตน”

5. ส่วนสนับสนุนแนวความคิด (Concept Support)
“ฉันไม่ได้ทำให้ตัวเองสวยแร้วมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้”

6. การตอบสนองที่คาดหวังจากกลุ่มเป้าหมาย (Desired Response)
กระตุ้นให้ผู้หญิงกล้าเรียกร้องสิทธิมากขึ้น

7. key message กล้าที่จะรักษาสิทธิของตน

ขั้นตอนการดำเนินงาน
1. หาข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ โดยการสอบถามจากผู้อื่น และจากกระทู้ของผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิในอินเตอร์เน็ต ว่าพวกเขารู้สึกอย่างไร
2. สรุปข้อมูลและเลือกประเด็นมาในโฆษณา
3. เลือกประเด็นจาก insight ที่ว่าผู้หญิงส่วนมากรักความสวยความงาม ต้องการให้ตนดูดี จึงเป็นที่มาของประเด็น “กล้าที่จะสวยก็ต้องกล้าที่จะรักษาสิทธิ์”
4. คิดสถานการณ์ในการโฆษณา
5. สร้างแบบร่าง
6. ดำเนินงานครั้งที่1
7. ปรับปรุงแก้ไขจากงานครั้งที่1
8. ผลงานเสร็จสมบูรณ์


สรุปการทำงาน
โดยรวมแล้วผมพอใจกับงานนี้ไม่มากเท่าที่ควร
เพราะประเด็นที่เลือกมามีความยากในการคิดvisual และการเปลี่ยนทัศนคติคนเป็นเรื่องที่ยาก
แต่พอเมื่อได้ปรับแก้ไขก็รู้สึกพอใจมากขึ้น

ผลที่ได้จากงานนี้
1 ได้คิดโฆษณาและการหาข้อมูลที่ insight
2 โครงการที่ดีมีประโยชน์ต่อสังคม
3 เรียนรู้เรื่องการจัดเวลาในการทำงาน
4 ได้รับแรงบันดาลใจใหม่ๆ
5 ฝึกทำงานในเวลาที่กำหนด

อุปสรรค
1 การสร้างvisual ของตนยังไม่ดีพอ
2 ทัศนคติคนเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน
3 เวลา

095 สิริพรรณ

ขั้นตอนการดำเนินงาน
1 คิดหัวข้อที่จะทำและเขียนสตอรี่บอร์ด
2 นำเสนออาจารย์ในรอบแรกและนำกลับมาแก้ไข
3 เสนออาจารย์รอบที่สองแล้วผ่าน
4 ถ่ายทำจริงโดยให้เด็กเป็นตัวแสดงหลัก
5 พอนำมาเสนออาจารย์ก็ได้ข้อสรุปว่าสรุปว่ามันยังไม่ดีพอจึงต้องทำใหม่
6 เปลี่ยนตัวละครและเรื่องราวเล็กน้อยโดนให้นักศึกษาวัยรุ่นเป็นตัวละครหลักแทน
7 นำมาเสนออาจารย์จึงได้ข้อสรุปว่าต้องไปใส่กราฟฟิคในภาพเพิ่ม
8 ใส่ลายกราฟฟิคทั้งหมดในทุกๆรูป
9 นำรูปมาเรียนต่อกัน
10 หาเพลงที่เหมาะสมกับเรื่องราวและหาเสียงบรรยากาศแทรก
11 อัพโหลด


โดยรวมแล้วหนูก็พอใจกับงานนี้เพราะว่ายังไม่เคยลองทำstop motionมาก่อน
พอได้ทำจริงก็รู้สึกว่าทั้งสนุกทั้งเหนื่อยดีถึงแม้ว่าจะให้เพื่อนถ่ายรูปให้แต่ว่าก็คอยกำกับอยู่ข้างๆ

ผลที่ได้จากงานนี้
1 ได้ลองทำ stop motion ทั้งๆที่ไม่เคยทำมาก่อน
2 ได้รู้ว่าการทำกราฟฟิคทุกๆภาพมันก็เหนื่อยดีขนาดนี้
3 ได้รู้ว่าไม่ครจะถ่ายเด็กเล็กเลย
4 ทำให้ได้รู้ว่าการทำภาพให้เคลื่อนไหวโดยไม่ถ่ายวีดีโอก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบ
5 ทำใหเรู้ว่าการทำstop motin จำเป็นต้องใช้ขาตั้งกล้องจริงๆ


อุปสรรค
1 ตอนแรกที่ถ่ายเด็กเล็กควบคุมยากมาก ซนมาก จะด่าก็ไม่ได้เพราะว่าเป็นน้องเพื่อน
2 พอถ่ายแล้วบางทีแสงก็ไม่เท่ากัน บางทีก็ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งเดิม
3 พื้นที่การถ่ายทำจำกัด ของจำกัด สิ่งรกตาเต็มไปหมดจนต้องมาทำกราฟฟิคบัง
4ต้องทำขนมปังหลายอันมากเพราะว่าวางทิ้งไว้แล้วหมาคาบไปกิน

083 ภัทริน

ขั้นตอนการทำงาน

1. ทำการหาหนังสือเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง และค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เนตที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจพอเพียง

2. ทำความเข้าใจกับหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง และรวบรวมข้อมูลปัญหาของคนเมืองที่เกี่ยวข้อง และเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจพอเพียง

3. จัดสรรข้อมูลออกเป็นหมวดๆ เขียนเนื้อคร่าวๆของแต่ละบทภายในเล่ม ว่าจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรบ้าง

4. นำไปเสนอและขอคำแนะนำกับอาจารย์

5. กลับมาปรับปรุงแก้ไขเนื้อหา และสเกตรูปแบบของเล่ม และรูปถ่ายที่ใช้ การเล่าเรื่องและ Grimmickต่างๆ

6. นำไปเสนอและขอคำแนะนำกับอาจารย์

7. แก้ไขปรับปรุงแบบสเกต

8. เริ่มถ่ายภาพตามแบบสเกต และค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา ซึ่งก็ไม่สามารถถ่ายภาพตามแบบที่ต้องการไว้ได้ จึงต้องออกไปตระเวนถ่ายภาพใหม่อีกหลายรอบ

9. เรียบเรียงเนื้อหาภายในเล่มทั้งหมด พร้อมคัดเลือกภาพที่สามารถสื่อถึงเนื้อหา เพื่อนำมาใช้ในการจัดเลย์เอาท์ต่อไป

10. จัดวางเลยเอาท์ของหนังสือ และทำภาพประกอบต่างๆภายในหนังสือ

11. ตรวจบรู๊ฟ และปรับปรุงแก้ไขหนังสือทั้งหมดอีกรอบ

12. จัดพิมพ์รูปเล่มจริง



























สรุปผลการทำงาน

เป็นการทำงานหนังสือแนว Concept เป็นครั้งแรก และก็ได้ทดลองการเพิ่มลูกเล่น (Gimmick) ลงไปในเล่ม เพื่อเพิ่มความน่าสนใจของเนื้อหา ซึ่งผลออกมาก็เป็นที่พอใจ แต่ก็ยังไม่ได้มากเท่าที่คาดหวังไว้

เนื่องจากเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งแก่นแท้ของมัน ค่อนข้างอยู่ในรูปของนามธรรม และจะต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับปัจจัยของแต่ละบุคคลด้วย ซึ่งยากต่อการสื่อสาร ให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ว่า แท้ที่จริงแล้ว หนังสือต้องการจะบอกอะไร


ผลที่ได้รับ

1. ได้รู้จักการคิดวิเคราะห์และกลั่นกรองข้อมูลที่ค่อนข้างเป็นเชิงนามธรรม ให้สามารถสื่อในรูปแบบของภาพถ่ายประกอบข้อความได้

2. ได้ทำความเข้าใจกับหลักทฤษฎีของเศรษฐกิจพอเพียงที่แท้จริง

3. ได้เรียนรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน ทำให้ทราบว่าควรจะเตรียมข้อมูลให้ดี และพร้อมก่อนที่จะลงมือทำ


อุปสรรค

1. การถ่ายภาพให้ได้ตามที่วางแผนไว้นั้น สามารถทำได้ยาก และต้องใช้เวลานาน

2. การไม่ทำแบบสอบถาม เพื่อหาข้อมูลที่แท้จริงนั้น ทำให้การเขียนข้อมูล สามารถทำได้ยาก เนื่องจากไม่ได้มาจากข้อมูลที่แท้จริง ของกลุ่มเป้าหมายที่เราพูดถึง ซึ่งอาจจะทำให้ข้อมูลที่เราคิดและเขียนขึ้นมา คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง

3. การไม่เรียบเรียงเนื้อหา และกลั่นกรองความคิดเสร็จเรียบร้อย ก่อนลงมือทำงาน ทำให้ยากและเสียเวลาระหว่างการทำงานไปมาก

068 ธนกฤต






ขั้นตอนการดำเนินงาน
1.หาข้อมูลเกี่ยวกับโครงการจากเว็บไซต์ของ โครงการแว่นแก้ว
สรุปได้ว่า ยังมีคนนับล้านที่ต้องการแว่นใส่ในขณะนี้ โดยส่วนมาก
จะเป็นเด็กที่มีฐานะยากจน
2.สรุปและเลือกประเด็น
3.ประเด็นคือ นำเอาภาพที่เบลอๆ ไม่ชัด มาเป็นตัวหลักในการสื่อสาร
โดยจะมีเด็กที่มีฐานะยากจน ยากไร้ทางสายตามาช่วยเสริม
4.คิดชื่อแคมเปญขึ้นมาใหม่ "คุณเห็น เขาไม่เห็น"
โดยแคมเปญนี้จะส่งเสริมโครงการแว่นแก้วโดยตรง
5.นำประเด็นมาแตกเป็นสื่อต่างๆได้แก่print ,ambient ,magazine ad
6.
-หารูปภาพวิว/กรอบรูป มาใช้ตกแต่งprint ads
- หารูปภาพ muppi ป้ายโฆษณาริมถนน โดยเลือกบริเวณป้ายรถเมล์มาใช้
รวมไปถึงภาพเด็กยากไร้หันหลัง นั่ง และยืน
-ถ่ายรูปmagazine,หารูปเด็กนอนอ่านหนังสือ
7.จัดวางฟอนท์ คิดก้อปปี้เสริม
8.นำเอาองค์ประกอบของภาพแต่ละอย่างมาจัดวาง
9.นำภาพที่ได้มาจัดเพจ เขียนอธิบายถึงคอนเสบ วัตถุประสงค์ต่างๆ

สรุปการทำงาน
โดยรวมแล้วพอใจกับงานนี้
เพราะใช้เวลากับงานนี้ไม่มากอย่างที่คิดไว้ แต่สุดท้ายออกมาได้ดีเกินคาดหวัง

ผลที่ได้รับ
1.ได้ลองทำโฆษณาเป็นแคมเปญที่เกี่ยวกับการรณรงค์ ซึ่งไม่เคยทำมาก่อน
2.ได้รู้ถึงปัญหาจริงๆของผู้ที่ด้อยโอกาสทางสายตา และอยากช่วยเหลือจริงๆ
3.ได้เห็นงานแปลกๆใหม่ๆจากการรีเสิชข้อมูล
4.รู้จักการแบ่งเวลาในการทำงานมากขึ้น ช่วยจัดระเบียบชีวิตตัวเองให้ดีขึ้น

อุปสรรค
1.ใช้เวลาในการคิดหาประเด็น
2.เลือกหาไอเดียแปลกใหม่ ที่จะนำมาใช้ได้ยาก
3.แบ่งเวลาให้กับบงานนี้น้อยเกินไป

096 สุทธิวัฒน์

Design Brief

1. Problem การรับประทานอาหาร junk food และโรคอ้วนถูกนำเสนอออกมาในรูปแบบสื่อที่ค่อนข้างหลากหลาย แต่ดูจริงจังและเป็นทางการจนเกินไป ทำให้เกิดความจำเจ และไม่น่าสนใจ อีกทั้งปััญหาโรคอ้วนที่มาจากการรับประทานอาหาร junk food , fast food ยังคงอยู่คู่กับยุคสมัยแห่งความรวดเร็ว และพัฒนาไปพร้อมกับยุคสมัย ยิ่มมีความสะดวกสบาย มีเทคโนโลยีมากเท่าไหร่ ความอ้วนก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น

2. Objective เพื่อนำเสนอมุมมองเกี่ยวกับการรับประทานอาหารจำพวก junk food และปัญหาโรคอ้วน ในรูปแบบหนังสือที่มีภาพประกอบสนุกสนาน กวนๆ แต่อ่านแล้วฉุกคิดถึงปัญหา

3. Target Group
-Demographic นักเรียน นักศึกษา อายุ 16-25 ผู้ที่ทั้งอ้วนและไม่อ้วน กำลังลดความอ้วนและไม่ลดความอ้วน จะอยากลดความอ้วนและไม่อยากลดความอ้วน
-Psycographic ชอบทานอาหาร junk food สนใจเรื่อการกิน สนใจเรื่องสุขภาพ

4. key massage Junk food, fast food อ้วนง่าย ร่างกายแย่

5. สนุกสนาน กวนๆ ซนๆ มันๆ

ขั้นตอนการทำงาน
1) เริ่มจากการหาข้อมูลในเรื่องที่ตัวเองสนใจและต้องการทำ ซึ่งได้ข้อสรุปหัวข้อในการทำงานคือ เรื่องความอ้วนกับการกิน และต้องการนำเสนอออกมาในรูปแบบของหนังสือภาพที่สนุกสนาน

2) ทำการหาข้อมูลเพิ่มขึ้นในส่วนของเนื้อหา พร้อมทั้งหาตัวอย่างภาพประกอบและรูปแบบหนังสือในแบบที่ต้องการทำ

3) ได้เนื้อหาและตัวอย่างจากหนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งเป็นหนังสือจากสำนักงานกองทุนสนัยสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ เป็นหนังสือขนาด A5 ซึ่งเป็นขนาดพอเหมาะ จึงเลือกที่จะทำหนังสือขนาด A5

5) นำข้อมูลและเนื้อหาที่รวบรวมมา คัดเลือกและเรียบเรียงเพื่อให้หนังสือเป็นเรื่องราวที่มีความต่อเนื่องกันตลอดทั้งเล่ม โดยเริ่มแบ่ง
เนื้อหาในแต่ล่ะหน้า เมื่อได้แบ่งเนื้อหาทั้งหมดแล้วจึงคิดภาพประกอบเพื่อให้สัมพันธ์กับเนื้อหาในแต่ละหน้า

6) สเ็ก็ตภาพประกอบคร่าวๆ นำเสนอกับอาจารย์ โดยอาจารย์ให้คำแนะนำให้กลับไปแก้ไขให้ในแต่ละภาพมีเนื้อหา เรื่องราวมากขึ้น

7) ปรับแก้ไขงาน โดยทดลองทำภาพประกอบด้วยวิธีทั้งการถ่ายรูปมารีทัช ผสมกับการ collage


8) อาจารย์ให้คำแนะนำในส่วนของเนื้อหาให้มีเรื่องราวมากขึ้น โดยการให้มีคนดำเนินเรื่องในแต่ละบท


9) ปรับปรุงแก้ไขในส่วนของภาพโดยให้มีคนดำเนินเรื่อง


10) พบปัญหาคือภาพส่วนใหญ่มีความคล้ายคลึงกัน ทำให้ดูน่าเบื่อ ไม่น่าสนใจจึงทำการแก้ไขอีกครั้ง โดยทดลองวาดมือและนำไป

ปรับแต่งในโปรแกรม photoshop นำไปผสมกับการการีทัชและการcollage


11) ทดลองทำจนได้ภาพอย่างที่ต้องการ ใช้เวลาประมาณสามสัปดาห์ในการทำภาพประกอบ


12) เมื่อทำภาพประกอบเสร็จแล้วจึงนำมาจัดวางตัวอักษรในส่วนของเนื้อหา จนเสร็จสมบูรณ์


















สรุปผลการทำงาน

สำหรับการออกแบบหนังสือในครั้ง ถือได้ว่าได้เรียนรู้ข้อผิดพลาดในกระบวนการทำงาน และได้ทดลองทำภาพประกอบที่ไม่เคยได้ทำมาก่อน ซึ่งในช่วงแรกของการทำก็มีความล่าช้า และต้องใช้เวลาในการเรียนรู้พอสมควร ความลำบากในการที่จะต้องจัดการกับภาพหลายๆแบบทั้งภาพที่วาดด้วยมือภาพถ่าย ภาพที่หามาจากเว็บไซต์ ซึ่งต้องนำมาปรับตกแต่งให้เข้าักัน เพราะลำพังเพียงแค่ภาพประกอบที่ต้องวาดมือก็ใช้เวลาอยู่พอสมควร แต่ก็รู้สึกสนุกขณะกำลังทำงานในแบบที่ไม่เคยทำ ถือเป็นการทดลองที่สนุกครับ และคิดว่างานที่มีลายเส้นแบบวาดมือมันมีความเป็นธรรมชาติ และอยากลองทำต่อไป

ผลที่ได้จากงานนี้
1. ได้เรียนรู้และทดลองทำภาพประกอบในแบบที่ไม่เคยทำ
2. ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องความอ้วนและอาหารขยะ
3. ฝึกฝนการจัดหน้าหนังสือ
4. เรียนรู้ขั้นตอนในการออกแบบหนังสือ

ปัญหาและอุปสรรค
1. ต้องใช้เวลาในการทดลองทำภาพประกอบ
2. ต้องจัดการกับไฟล์ภาพที่หลากหลาย ทั้งภาพที่วาดมือ ภายที่ถ่ายเอง และภาพจากเว็บไซต์ ต้องมาตกแต่งให้เข้ากัน
3. ระยะเวลาจากการทำงานหลายๆวิชาส่งผลทำให้เวลาที่ทำน้อยลง